2007/Jun/15

เช้าของการเรียนวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ โชคดีหน่อยที่รถติดแต่ก็ยังได้นั่ง วันนี้ก็ไปกินข้าวกะดรีมจัง เหมี่ยวจัง เมย์จัง เตยจัง ที่โรงอาหาร แบบวันนี้ก็ออกแนวงกนิสๆกินน้ำชาแก้วเล็ก 5 บาท (คือพุ่งนี้กะช็อปแหลกกะเบิ้มสหายรัก 555)

คาบแรกของการเรียนวันนี้สุดๆมากพะยะค่ะ master สอนได้อย่างมะเก็ทเลยซักติ๊ด ทำเอาไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่เรียนมาปั่นป่วนหมด พูดง่ายๆคือยิ่งฟัง Master สอนก็ยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ ขนาดเรื่อง Tense ยังงงได้แจ่มขนาดนี้เรื่องต่อไปที่เรียนเห็นอนาคตเลยว่าสอบตกแหงมๆ

คาบ 2 วิชาเรียนรวมทั้งอาจารย์ที่สอนเขียนในตารางชัดๆว่าคอมพิวเตอร์ทั้งคู่ แต่ทำม๊ายห้องเรียนมะมีคอมซักเครื่อง อย่างเซ็งสุดๆ เรียนแต่ทฤษฎี มะชอบอะไรที่ต้องอ่านแล้วจำอย่างแรง ชอบปฏิบัติมากกว่า โดยเฉพาะกะวิชานี้ด้วยแล้ว

อืม เมื่อวานเรียนภาษาญี่ปุ่น สอนอย่างไวมั๊กๆ วันแรกเรียนฮิรางานะเสร็จ วันต่อมาก็คาตาคานะเลย เข้าใจความรู้สึกของคนที่มะมีพื้นฐานมาเลย ว่ามันยากจริงๆ เพราะตอนแรกไอ้เราเองก็แทบมะรอดเหมือนกัน รู้สึกแค่ว่าตอนนั้น มะไหวแล้วแน่ วิชานี้คงมะไหวแล้ว เอาตัวอะไรมาให้ท่องเนี่ย ทำไมมันหลายแถวจังฟะ แต่อีกสิ่งที่ได้มาจากอาจารย์คือ สำหรับเรารู้สึกว่าว่าถ้าเราพยายาม ใส่ใจ ฝึกฝน ต้องทำได้อย่างแน่นอน

PS.เรียนมาถึงมหาลัยแล้วก็เพิ่งจะรู้สึกจริงๆจังๆนี่แหละว่าที่อาจารย์ทุกท่านสมัยมัธยมสอนมา รูปแบบการสอนสุดระทมการบ้านสุมหัว ความท้อแท้ สิ้นหวัง ความบากบั่นที่แล้วๆมาส่งผลดีในวันนี้เอง แต่อย่างน้อยก็ยังดีใจนา ที่ตอนเขียน Friendship ให้พ่อรงค์ (อาจารย์ชัยณรงค์) ได้บอกความรู้สึกจริงๆให้อาจารย์ได้รู้ว่า "ท่านเป็นอาจารย์ที่หนูรักมากที่สุด"

เพราะถ้าไม่มีอาจารย์ที่ทุ่มเท ให้กำลังใจ สอนทุกสิ่งทุกอย่างให้ ก็คงมะมีหนูในวันนี้ ขอบคุณมากจริงๆที่ตอนมัธยม อาจาร์เอาข้อสอบสุดโหดมาให้ทำ เพราะการที่ได้ทำข้อสอบความรู้ทั่วไปที่ไม่มีในหนังสือ ทำให้รู้จักขวนขวาย กระตือรือร้นและมีประสบการณ์สะสมเพิ่มขึ้นโดยมะรู้ตัว